
เมื่อผนังบ้านนั้นเก่าเริ่มซีดจาง หลุดลอก หรือจะมีคราบสกปรกผังแน่น การทาสีทับใหม่อาจจะไม่ได้ผลดี ถ้าข้ามขั้นตอน สำคัญอย่าง สีรองพื้นแต่ละ ประเภทต่างกันยังไง การทาสีรองพื้น การเลือก สีรองพื้นที่เหมาะสม จะช่วยเตรียมพื้นผิวผนังให้พร้อม ทำให้ป้องกันปัญหาในอนาคต และทำให้บ้านของเราน้นดูใหม่มากกว่าเดิม

สีรองพื้นมีกี่ประเภท ? แบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ ?
1. สีรองพื้นสูตรน้ำมัน
เหมาะกับผนังบ้านที่มีปัญหา
ยึดเกาะผนังฝุ่น คราบสกปรก หรือเชื้อราได้ดี
ป้องกันความชื้นและเชื้อรา
2. สีรองพื้นสูตรน้ำ
เหมาะกับผนังที่ยังอยู่ในสภาพดี แต่เรานั้นต้องการความเรียบเนียน
กลิ่นน้อย เหมาะสำหรับการใช้ภายใน
แห้งเร็ว ใช้งานง่าย
ช่วยลดการดูดซึมของสีทับหน้า
ทดสอบพื้นผิวก่อนที่จะเลือกใช้สีรองพื้น
ลูบผนังด้วยมือ
ถ้าฝุ่นนั้นมีติดมือ = ผนังยังไม่สะอาดพอ
- ใช้สีรองพื้นสูตรน้ำมัน จะช่วยให้การยึดเกาะได้ดีขึ้น
ตรวจสอบคราบ เชื้อรา ความชื้น
ถ้าเกิดคราบเขียวๆ หรือราดำ
- ทำความสะอาดและปล่อยให้แห้งสนิทก่อน
- แล้วจึงต้องเลือกสีรองพื้นที่เหมาะสม

เทคนิคการทาสีรองพื้นให้สวย เรียบ และติดทนทาน
1. ทำความสะอาดผนังให้สะอาด
ล้างฝุ่น เชื้อรา คราบสกปรกให้หมด
ปล่อยให้แห้งสนิท ก่อนที่จะเริ่มทาสี
2. เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับพื้นผิว
ลูกกลิ้งขนสั้น สำหรับพื้นที่เรียบ
แปรงเล็ก สำหรับมุม ซอกเล็ก หรือขอบหน้าต่าง
3. ทาสีรองพื้นอย่างสม่ำเสมอ
ทาให้ทั่วทั้งผนัง
ผนังที่มีปัญหาเรานั้นอาจจะต้องทาซ้ำ 1-2 รอบ
4. ตรวจสอบพื้นผิวก่อนที่จะทาสีจริง
ผนังที่ควรเรียบ
หากพบรอย ให้เรานั้นแก้ไขก่อนลงสีทับหน้า
สรุป : ทำไมต้องทาสีรองพื้นก่อน ?
สีเก่าที่ ซีดและหลุดลอก สีรองพื้นจะช่วยให้การยึดเกาะที่ดีขึ้น สีเก่าที่หลุดลอก
ผนังเก่า สูตรน้ำมันจะช่วยป้องกันและยับยั้ง สีสูตรน้ำมัน
ต้องการให้สีทับหน้าหน้าสด ลดการดูดซึม ช่วยให้สีนั้นเรียบเนียน
ประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องทาซ้ำ ลดค่าแรง
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้านสีที่ลงตัว! มีคำถามเรื่องสีทักได้ที่ Fan Page นี้เลย” !! คลิกเลย !
สามารถดูเทคนิคการทาสีได้ที่บทความต่อไปนี้ !! เคล็ดลับเลือกขนาดสี ให้พอดีกับงานทาสี

